กันยายน 2569: โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านบริการอาหารและการบริหารจัดการอาคารสถานที่แบบครบวงจร เดินหน้าผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดไทยเข้ากับจุดแข็งของเครือข่ายระดับโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพทีมเชฟและต่อยอดนวัตกรรมด้านอาหารและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ “Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นำแนวทางนี้มาสู่การปฏิบัติ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคนิคการปรุงอาหารและแรงบันดาลใจระหว่างทีมเชฟในประเทศไทยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายโซเด็กซ์โซ่ในต่างประเทศ
ความเข้าใจในรสนิยมด้านอาหารความต้องการและวิถีชีวิตของผู้ใช้บริการในประเทศไทยเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาของโซเด็กซ์โซ่โดยมีเครือข่ายระดับโลกช่วยเติมเต็มความเชี่ยวชาญของทีมงานด้วยองค์ความรู้และมุมมองด้านอาหารจากหลากหลายวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันระหว่างทีมเชฟไทยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศจึงเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านการลงมือทำจริงทั้งการประยุกต์รสชาติสากลให้เหมาะกับผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม และการนำแนวคิดใหม่มาต่อยอดเมนูและบริการ โดยมุ่งสร้างคุณค่าใน 3 มิติ ได้แก่ ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของลูกค้าและผู้ใช้บริการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนวัตกรรมด้านอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
คุณธุ่ย โงว กรรมการผู้จัดการ โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวว่า “จุดแข็งของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย คือการนำความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้จากเครือข่ายระดับโลกการแลกเปลี่ยนระหว่างเชฟผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่าง ๆ ช่วยเปิดมุมมองด้านอาหาร เติมแรงบันดาลใจ และพัฒนาศักยภาพทีมงานผ่านการลงมือทำร่วมกัน โดยทีมเชฟของเราสามารถนำความรู้และเทคนิคที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวัน เพื่อต่อ ยอดเมนูและบริการ สร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการและขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โครงการ ASEAN Chef Exchange 2026 เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางนี้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับกลยุทธ์ Shift & Grow 2030 ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตในระยะยาว”
สำหรับโครงการ Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026 ในประเทศไทยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28กันยายน - 2ตุลาคม2569 โดยโซเด็กซ์โซ่จะต้อนรับ เชฟ Iskandar จากโซเด็กซ์โซ่สิงคโปร์มาร่วมงานกับทีมเชฟประจำพื้นที่ให้บริการของลูกค้า 5แห่ง ครอบคลุมกลุ่มสถานศึกษา สถานพยาบาล และองค์กรธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร แนวคิดการลดขยะอาหาร และแนวทางพัฒนาเมนูให้เหมาะกับผู้ใช้บริการในแต่ละพื้นที่
เชฟ Iskandar และทีมเชฟในประเทศไทยจะร่วมถ่ายทอดรสชาติและวัฒนธรรมอาหารผ่านเมนูยอดนิยมในสิงคโปร์ ได้แก่ ข้าวมันกะทิสไตล์มาเลเซียเสิร์ฟพร้อมไก่สะเต๊ะ ลักซา หมี่ผัดสไตล์สิงคโปร์ ปอเปี๊ยะสดสิงคโปร์ และสาคูมะม่วงกับส้มโอ พร้อมเรียนรู้ร่วมกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนสูตรอาหาร การเตรียมวัตถุดิบ และเทคนิคการปรุง ไปจนถึงการจัดจานโดยความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจะเป็นพื้นฐานให้ทีมเชฟนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาเมนูให้เหมาะกับบริบทของลูกค้าแต่ละแห่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่สดใหม่อย่างต่อเนื่องแม้โครงการจะสิ้นสุดลง นอกจากการเรียนรู้ภายในทีมโครงการยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “Chop Chop Chef” ณ โรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเวิร์กช็อปทำอาหารสำหรับผู้ปกครองและนักเรียนประมาณ 30 คน หรือ 15 คู่ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การเลือกวัตถุดิบและลงมือทำปอเปี๊ยะสดสิงคโปร์ พร้อมรับคำแนะนำจากเชฟเกี่ยวกับการเตรียมอาหาร การใช้อุปกรณ์ครัวอย่างปลอดภัย และการจัดจาน กิจกรรมยังสอดแทรกแนวคิดการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและลดขยะอาหารโดยส่งเสริมให้นำวัตถุดิบที่ยังมีคุณภาพดีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การแลกเปลี่ยนนี้จะสานต่อสู่ประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 12–16ตุลาคม2569 โดยเชฟจากโซเด็กซ์โซ่ประเทศไทยจะเดินทางไปร่วมแบ่งปันความเชี่ยวชาญและเอกลักษณ์อาหารไทยกับเพื่อนร่วมวิชาชีพในภูมิภาค พร้อมเรียนรู้มุมมองใหม่และนำแรงบันดาลใจกลับมาพัฒนาเมนูและบริการในประเทศไทยโครงการ ASEAN Chef Exchange 2026 จึงมีคุณค่าที่มากกว่าการนำเสนอเมนูจากแต่ละประเทศ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แบบสองทางที่เชื่อมโยงจุดแข็งของทีมเชฟเข้าด้วยกันและนำศักยภาพของเครือข่ายระดับโลกมาสร้างประโยชน์ในบริบทท้องถิ่นทั้งการพัฒนาบุคลากร การต่อยอดนวัตกรรม และการสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการในระยะยาว